ประวัติความเป็นมา ข้าวหอมปทุม

ข้าวหอมปทุม

ข้าวเป็นสินค้าส่งออกที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จักประเทศไทยดียิ่งขึ้น และนอกจากเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับต้นๆของโลกแล้ว ข้าวไทยยังมีคุณภาพหอม นุ่ม อร่อย เพราะมีการปรับปรุงและพัฒนาสายพันธ์ใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ข้าวหอมปทุมเทพ เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ข้าวคุณภาพที่มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ

ประวัติความเป็นมา ข้าวหอมปทุม

จากเดิมข้าวหอมปทุมธานี 1 เป็นข้าวที่มีลักษณะเด่นเมล็ดเรียวสวย หุงสุกแล้วหอมนุ่มคล้ายข้าวหอมมะลิ เกษตรกรนิยมปลูกกันมานาน ต่อมาได้มีการพัฒนาสายพันธุ์โดยผสมกับข้าวหอมมะลิ 105 ทำให้เป็นข้าวที่มีคุณภาพมากขึ้นและบางช่วงฤดูราคาสูงถึงเกวียนละ 10000 บาท เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมปทุมจึงเป็นที่ต้องการอย่างมาก เมื่อเมล็ดพันธุ์ขาดตลาดจึงมีการเร่งผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อให้เพียงพอต่อการจำหน่ายโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ ทำให้พันธุ์ข้าวหอมประทุมที่เป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัวไม่มีหลงเหลืออยู่เลย

ข้าวหอม

พันธุ์ข้าวหอมประทุมเทพ เกิดจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทำการคัดสายพันธุ์จากข้าวหอมประทุมธานี 1 เดิม เมื่อทรงคัดเลือกเมล็ดพันธุ์และปลูกทดลองจนได้พันธุ์ข้าวหอมประทุมที่มีการแตกกอที่ดีมากๆตอบสนองต่อปุ๋ยอินทรีย์ได้ดี ให้ผลผลิตสูงทางมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี จึงได้ให้ชื่อข้าวพันธุ์ที่ทรงคัดและปลูกขึ้นใหม่นี้ว่า ข้าวหอมประทุมเทพ

ลักษณะของพันธุ์ข้าวหอมประทุมเทพ
ข้าวหอมประทุมเทพ เป็นข้าวเจ้าหอมสามารถปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง อายุการเก็บเกี่ยวเพียง 110-125 วัน ผลผลิตประมาณ 800-900 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่นของข้าวหอมประทุมเทพ นอกจากหุงสุกแล้วข้าวนุ่มมีกลิ่นหอมคุณภาพเทียบเท่าข้าวหอมมะลิ 105 พันธุ์ข้าวทนต่อโรคและยังสามารถตอบสนองต่อปุ๋ยอินทรีย์ได้ดี

ปัจจุบันนอกจากข้าวไทยจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และสร้างรายได้เข้าประเทศจากการส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลกแล้ว การพัฒนาสายพันธุ์ข้าวอย่างต่อเนื่องยังทำให้คนไทยมีข้าวพันธุ์ดีไว้ทานแล้วยังเป็นสายพันธุ์ข้าวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราอีกด้วยค่ะ